รายงานข่าวสุขภาวะ ภาคใต้ สานใจสานพลัง 3 ตุลาคม 2562 ตอน ขยายผล ‘ธนาคารต้นไม้’: ชัยวุฒิ เกิดชื่น

* * *ชัยวุฒิ_เกิดชื่น รายงานข่าวสุขภาวะภาคใต้ รายงานข่าวสุขภาวะ_สานใจสานพลัง การออม ธนาคารต้นไม้ สังคมสูงวัย ภาระหนี้ ผู้สูงอายุ* * *
Facebook
download

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 17

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 17

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 14

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 13

ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีคนแก่ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ หน่วยงานต่างๆ เริ่มพูดถึง ‘สังคมสูงวัย’ เนื่องจากประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของไทยกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้การตระหนักรู้เรื่องนี้จะเพิ่มขึ้น แต่ดูเหมือนว่าเรายังคงมืดมนต่อทางออกว่าเราจะรับมืออย่างไร ทีดีอาร์ไอคาดการณ์ว่า คนไทยมีอายุเฉลี่ยที่ 75.3 ปี และมีความเป็นไปได้ว่าคนไทยที่เกิดในปี 2559 จะมีอายุยืนเฉลี่ยถึง 80-98 ปี หรือเกือบ 100 ปี การเตรียมความพร้อมสำหรับสังคมสูงวัยจึงเกี่ยวพันกับคนทั้งหมด ปัจจุบันแม้ประเทศไทยจะมีสวัสดิการ ‘เบี้ยผู้สูงอายุ’ 600-1,000 บาทต่อเดือน แต่ทุกคนรู้ดีว่ามันไม่เพียงพอสำหรับดำรงชีวิตทั้งหมด หากไม่มีจุดพึ่งพิงอื่น นอกจากนี้เรายังพบว่า ในปัจจุบัน ผู้สูงอายุ ร้อยละ 34.3 มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน และมีคนไทยวัยทำงานเพียง 15 ล้านคนที่อยู่ในระบบการออมเพื่อเป็นหลักประกันยามเกษียณ และหากพิจารณามูลค่าการออมก็พบว่า ผู้สูงอายุที่มีเงินออม 100,000-399,000 บาท มีเพียงร้อยละ 31 ของผู้ที่มีเงินออม เงินจำนวนนี้จะต้องใช้ตลอดอายุขัย ซึ่งไม่รู้ว่ายาวนานแค่ไหนเสียด้วย

เวทีสมัชชาเฉพาะประเด็นดังกล่าวจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สช. ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ทำงานเกี่ยวกับการรวบรวมข้อเสนอและจัดทำนโยบายสาธารณะ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งนี้ การรับมือกับสังคมสูงวัยเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ สช. ให้ความสำคัญ โดยมีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลผ่านการพูดคุยกับทุกภาคส่วนทั้งในระดับจังหวัด ภูมิภาค รวมทั้งผ่านกระบวนการลูกขุนพลเมือง ท่ามกลางประเด็นที่ต้องรับมือมากมายหลายด้าน “การออม” เป็นประเด็นหนึ่งที่มีการหารือและนำเสนอนโยบายที่น่าสนใจ นอกจากข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานต่างๆ เช่นให้กองทุนการออมแห่งชาติขับเคลื่อนให้มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีนวัตกรรมที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้และกำลังจะได้รับการผลักดันให้ไปได้ไกลขึ้นอีก นั่นคือ “ธนาคารต้นไม้” การปลูกไม้ยืนต้นที่มีค่าทางเศรษฐกิจนั้น หลายชุมชนทำกันมานานมากแล้ว ระยะเวลาที่ยาวนานเปรียบได้กับการค่อยๆ สะสมเงินในธนาคาร และจะได้เงินก้อนนั้นเมื่อตัดไม้หลังการปลูกไป 20 ปี มีการคำนวณว่า ไม้ตะเคียนใหญ่อายุ 20 ปีขึ้นไป ขายได้ราคานับแสน หลายปีที่ผ่านมาจึงมีความพยายามในการแก้กฎหมายให้ประชาชนสามารถตัดไม้เหล่านี้ได้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตน กระทั่งปลายปี 2561 จึงมีการแก้ไขกฎหมายป่าไม้เปิดทางเรื่องนี้ได้สำเร็จ รัฐบาลหวังให้การทำธนาคารป่าไม้นี้ขยายผลออกไปกว้างขวางเพื่อตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจประชาชนและเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งประเทศไทย (ธ.ก.ส.) สร้างระบบรองรับเศรษฐกิจรูปแบบใหม่นี้โดยกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการใช้ต้นไม้มาเป็นหลักทรัพย์กู้ยืมเงิน

อย่างไรก็ตาม โจทย์ของเรื่องนี้ก็ยังมีหลายชั้นสำหรับผู้สนใจ เช่น เราจะเลือกปลูกอะไร ราคาไม้จะผันผวนเพียงไหน ต้องปลูกอย่างไร ใช้เวลาเท่าไร พื้นที่เท่าไร ขายอย่างไร ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นองค์ความรู้ที่คนจำนวนมากไม่ต้องการใช้เวลานับทศวรรษในการลองผิดลองถูก มติของสมัชชาเฉพาะประเด็นว่าด้วยนโยบายรองรับสังคมสูงวัยจึงมีข้อเสนอถึงมหาวิทยาลัย กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับภาคเอกชนให้พัฒนาองค์ความรู้ ออกแบบระบบการจัดการความรู้และการสืบค้นข้อมูลอัตโนมัติที่เกี่ยวข้องกับการปลูก การดูแล การขาย ข้อมูลราคา ของไม้เหล่านี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการวางแผนลงทุนปลูกไม้ยืนต้นสำหรับประชาชนที่สนใจ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้สูงอายุจำนวนมาก นอกจากไม่มีเงินออมยังเป็นหนี้สินอีกด้วย มีงานศึกษาพบว่า เกษตรกรอายุ 60 ปีขึ้นไป มีหนี้สินโดยเฉลี่ยประมาณ 25,000 บาทต่อครัวเรือน และเมื่อเข้าสู่อายุ 80 ปี เกษตรกรไทยก็ยังมีหนี้สินโดยเฉลี่ย 10,000 บาทต่อครัวเรือน เวทีสมัชชาเฉพาะประเด็นฯ จึงมีมติให้กระทรวงการคลังศึกษาสถานภาพและแนวทางในการลดภาระหนี้ เช่น การลดหย่อนหนี้ของผู้สูงอายุเพื่อลดความยากลำบากในการดำเนินชีวิตสำหรับผู้สูงอายุด้วย

login to rate

ระดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่:  8th Nov 19

จำนวนผู้ฟัง:  15

แสดงความคิดเห็น:  0

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   รายงานข่าวสุขภาวะ

แจ้งเสียงไม่เหมาะสม

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ดาวน์โหลดเสียงนี้(1 ดาวน์โหลด)


(สามารถนำโค๊ดนี้ไปแสดงที่เว็บไซต์หรือ MySpace,Friendster,Blogger ของคุณได้!)