การปฏิรูปการศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับความจำเป็นด้านสุขภาพ ในบริบทสังคมไทย

Facebook


๑. บุคลากรวิชาชีพด้านสุขภาพ หมายถึง บุคลากรที่ได้ผ่านการเรียนการสอนในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาตร์สุขภาพ ซึ่งในที่นี้ได้แก่ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร สัตวแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักเทคนิคการแพทย์ นักรังสีเทคนิค นักวิชาการสาธารณสุข

สถานการณ์ปัญหาและผลกระทบ
๒. เมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีก่อน มีรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาบุคลากรสาธารณสุขที่สำคัญของ Flexnor, Welch-Rose และ Goldmark ที่ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปที่สำคัญของการศึกษา วิชาชีพด้านสุขภาพ โดยเปลี่ยนแปลงจากการเรียนการสอนโดยใช้ประสบการณ์สู่การเรียนการสอนบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ การทดลองวิจัย อันเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการก่อตั้งสถาบันการศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ได้ก่อคุณูปการต่อวงการวิทยาศาสตร์สุขภาพและสังคมโดยรวมอย่างมาก ทั้งด้านการเพิ่มคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ดังปรากฏจากอัตราการเสียชีวิตของมนุษย์จากโรคติดต่อลดลง อายุขัยของมนุษย์ยืนยาวขึ้น การควบคุมและกำจัดโรคภัยของมนุษย์และสัตว์ทำได้ดีขึ้น
๓. อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าของวงการวิทยาศาสตร์สุขภาพมีส่วนที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในสังคม ซึ่งเป็นข้อท้าทายและต้องการความรู้เท่าทันในการจัดการ เช่น การใช้เทคโนโลยีราคาแพงที่ต้องคำนึงถึงความคุ้มทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการรักษาพยาบาล , การมุ่งเน้นการรักษาพยาบาลโดยต้องไม่ละเลยการป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจยาและสุขภาพเชิงพาณิชย์กับความเป็นธรรมและคำนึงถึงประโยชน์ของประชากรส่วนใหญ่
๔. ในศตวรรษที่ ๒๑ ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมและระบาดวิทยา เช่น การเกิดขึ้นของโรคติดต่ออุบัติใหม่หรืออุบัติซ้ำ ความชุกที่เพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน หรือ ความดันโลหิตสูง ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพ การบริโภคอาหารที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ความชุกที่เพิ่มขึ้นของโรคติดต่อที่มาจากสัตว์ โรคที่เกิดจากภัย พิบัติทางธรรมชาติ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพและสังคม เช่น การปฏิรูประบบการเงินการคลังเพื่อสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงของระบบการบริหารจัดการของหน่วยบริการสุขภาพ การปรับใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เหมาะสม การก่อตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งการเรียนการสอนวิชาชีพสุขภาพในปัจจุบันต้องการการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เท่าทันกับพลวัตดังกล่าว เพื่อที่จะสามารถผลิตบัณฑิตวิชาชีพด้านสุขภาพที่มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพที่พึงประสงค์และสามารถตอบสนองต่อความจำเป็นสุขภาพของประเทศได้ คุณภาพของบัณฑิตวิชาชีพด้านสุขภาพในที่นี้ไม่ได้ หมายถึง การมีความรู้ความสามารถทางเทคนิควิชาชีพที่ดีเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการมีความสามารถในการทำงานเป็นทีมในระบบสุขภาพ เข้าใจระบบสุขภาพ มีความเข้าใจ เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และธรรมชาติ เข้าใจทุกขสัจของสังคม และมีศักยภาพในการเรียนรู้ต่อเนื่องได้ตลอดชีวิต ,
๕. การจัดการศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพ จึงต้องการการปรับตัว ปรับเปลี่ยนทั้งรูปแบบวิธีการ เนื้อหาสาระในการศึกษา รวมถึงสร้างกลไกทบทวนตรวจสอบให้สอดคล้องกับความจำเป็นสุขภาพที่แท้จริงของประชาชน ให้มีการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตและประสบการณ์จริง เข้าใจและตระหนักในทุกขสัจของสังคม โดยที่ไม่ทำให้ความรู้ทางเทคนิควิชาการบกพร่อง นอกจากนั้น การทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรวิชาชีพด้านสุขภาพ (Inter-professional collaboration) ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดความผิดพลาดทางการแพทย์ และส่งผลให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น

นโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง
๖. ในปัจจุบันองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาวิชาชีพในระเทศไทย เช่น สภาวิชาชีพด้านสุขภาพ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข ได้พยายามพัฒนากลไก และมาตรการในการพัฒนาศักยภาพของบัณฑิต ปรับระบบการเรียนการสอนให้มีความหลากหลายมากขึ้น มีการพัฒนาระบบตรวจสอบคุณภาพการศึกษาสม่ำเสมอ ดังเช่น การกำหนดให้มีการประชุมแพทยศาสตร์ศึกษาแห่งชาติทุก ๗ ปี การประชุมพยาบาลศาสตรศึกษาทุก ๔ ปี มีการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาโดยองค์กรต่างๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ในการจัดหลักสูตรการศึกษาในหลายสาขาวิชาชีพ เช่น แพทยศาสตรศึกษา พยาบาลศาสตรศึกษา เภสัชศาสตรศึกษา ได้ระบุไว้ในหลักสูตรว่านักศึกษาต้องมีความรู้ความสามารถเพียงพอ มีทักษะในการทำงานเป็นทีมสุขภาพ และต้องเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ , ,
๗. มีตัวอย่างการริเริ่มจัดระบบการศึกษาแบบใหม่ ที่ให้นักศึกษาได้รู้จักเรียนรู้และทำงานร่วมกับชุมชน เข้าใจธรรมชาติ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่ได้เบียดบังหรือทำให้การเรียนการสอนวิชาการ ทางเทคนิคต้องบกพร่องไป เช่น การจัดการศึกษาชุมชนสำหรับนักศึกษาแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, การจัดระบบการคัดเลือกนักศึกษาพยาบาลที่อำเภอ น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยคัดเลือกนักเรียนที่มีความประพฤติดี มีความรู้ความสามารถ ที่ประชาชน สถานพยาบาล และภาคการศึกษามีส่วนร่วมในการคัดเลือก การพัฒนาหลักสูตรและเชื่อมโยงไปถึงการใช้บริการบัณฑิต, การจัดวิธีการศึกษาให้นักศึกษาได้เรียนรู้การดูแลผู้ป่วยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา ร่วมกับการดูแลชุมชนโดยอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน ซึ่งทำให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ครบทั้งระบบ ผ่านประสบการณ์จริง ทั้งความรู้ทางเทคนิคควบคู่ไปกับเรียนรู้การทำงานร่วมกับชุมชน
๘. ในระดับประเทศ กำลังมีกระบวนการศึกษาทางวิชาการเพื่อผลักดันเรื่องการปฏิรูปการศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพ ในระดับภูมิภาคก็ได้มีการริเริ่มวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์การศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพของไทยร่วมกันอีก ๔ ประเทศ ได้แก่ จีน บังคลาเทศ เวียดนาม และอินเดีย รวมถึงในระดับโลกองค์การอนามัยโลกก็ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยมีการตั้งคณะทำงาน The Commission on Education of Health Professionals for the 21st Century เพื่อศึกษาเรื่องการผลิตบัณฑิตด้านสุขภาพให้สอดคล้องกับความจำเป็นด้านสุขภาพของประชาชน ซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในการจัดระบบการศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพ ทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และในเวทีโลก ซึ่งประเทศไทยสามารถเรียนรู้จากกระบวนการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

ข้อจำกัดการดำเนินงานและการแก้ไขปัญหา
๙. การพัฒนาปรับปรุงหลักสูตร และการรับรองคุณภาพ มาตรฐานการศึกษาโดยมากยังเน้นเรื่องการพัฒนาความรู้ ทักษะทางวิชาการ โดยความเชื่อมโยงกับพลวัตระบบสุขภาพและสถานการณ์ของประเทศยังไม่ชัดเจน การศึกษาวิชาชีพสุขภาพจึงไม่ควรมุ่งเน้นเรื่องเทคนิควิชาการเท่านั้น แต่ต้องทำให้บัณฑิตมีความเข้าใจระบบสุขภาพและสถานการณ์ของประเทศมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่นๆในระบบสุขภาพและภาคส่วนต่างๆของสังคมอย่างแข็งขัน๙ นอกจากนั้น การพัฒนาคุณภาพบัณฑิตวิชาชีพสุขภาพ ท่ามกลางการหลั่งไหลของข้อมูลข่าวสารในยุคโลกาภิวัฒน์ ไม่ได้หมายถึง การมีความจำเป็นต้องสอนให้บัณฑิตมีความรู้วิชาการในทุกเรื่อง แต่ต้องหมายถึงการมีความรู้ ทักษะวิชาการที่จำเป็น และสามารถพัฒนาต่อยอดความรู้ ทักษะ ความสามารถ ผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเองต่อไปในอนาคตได้๑๐
๑๐. ปัญหาเรื่องการปฏิรูปการศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพ เป็นปัญหาที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญ แต่มุมมอง และวิธีแก้ปัญหายังอยู่ในกรอบของวิชาชีพของตน แม้มีความพยายามขยายขอบเขตของการแก้ปัญหาออกไป แต่ด้วยเงื่อนไขที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆนอกเหนือระบบการศึกษา เช่น ระบบการบริการสุขภาพ ทำให้การปฏิรูปที่ทำในวงจำกัด นำไปสู่การตอบสนองความจำเป็นด้านสุขภาพของชุมชนและสังคมได้ยาก การดำเนินการปฏิรูปจึงต้องการกลไกที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและศึกษาหาทางออกร่วมกัน ซึ่งต้องไม่จำกัดในวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกสาขาวิชาชีพ รับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน รวมถึงมีกลไกที่ไม่ให้ภาระในการดูแลสุขภาพของประชาชนเป็นหน้าที่ของบุคลากรวิชาชีพสุขภาพเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกลไกที่ชัดเจนที่มีการรับรู้กันในวงกว้าง ที่เชื่อมโยงภาครัฐและเอกชน เชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคการบริการ เชื่อมโยงผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ว่าจะต้องปฏิรูปการศึกษาวิชาชีพอย่างไร เพื่อใคร ด้วยเนื้อหาการจัดการหลักสูตรแบบใด เพื่อนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและสังคม

login to rate

0 ความนิยม

แจ้งวีดีโอไม่เหมาะสม

เพิ่มวีดีโอที่ชื่นชอบ

จำนวนผู้เข้าชม:  3894

ความคิดเห็น:  0

เพิ่มวีดีโอที่ชื่นชอบแล้ว:  0

Links:0

ไม่พบวีดีโอที่ค้นหา