มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน ครั้งที่2 (4/4)

Facebook


การประชุมปรึกษาหารือ “ ความก้าวหน้าและแนวทางการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เรื่องมาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน
ด้าน รศ.ดร.วันทนี พันธุ์ประสิทธิ์ อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม. มหิดล กล่าวถึง การศึกษาในเรื่องกระบวนการรื้อถอนวัสดุที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ (ACMs) ว่า ในประเทศไทยถือว่าโชคดีกว่าต่างประเทศ เพราะวัสดุ ACMs ที่ใช้อยู่นั้นเป็นประเภทแร่ใยหินฟุ้งกระจายได้ยากกว่า แต่ทว่าจำเป็นต้องมีระบบป้องกันที่ดีแก่ผู้รื้อถอน พื้นที่ข้างเคียง รวมถึงสิ่งแวดล้อม โดยจากการศึกษาพบว่ามีหลักการในการรื้อถอนที่ปลอดภัยดังนี้ 1.ควบคุม จำกัดพื้นที่ที่อาจปนเปื้อน 2.ใช้กระบวนการเปียกคือฉีดพ่นน้ำบนวัสดุที่ต้องการรื้อถอน 3.หลีกเลี่ยงการทำให้วัสดุแตกหัก 4.ACMs ที่รื้อถอนออกมา ให้วางบนแผ่นพลาสติก แล้วจึงหุ้มด้วยพลาสติก 5.นำไปฝังกลบในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต และ 6.ห้ามนำไปขายหรือนำกลับมาใช้ใหม่ เพราะวัสดุเสื่อมอายุมีอันตราย
“สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือหลักการในข้อ 5 และ 6 เพราะจากการลงมือรื้อถอนจริงกลับไม่มีพื้นที่ในการฝังกลบ และฝ่ายรับจ้างรื้อถอนมักขอนำกลับไปใช้ใหม่ในบ้านตนเอง ทางแก้ในเรื่องนี้อาจประสานกับหน่วยงานระดับท้องถิ่นที่ดูแลเรื่องขยะเป็นต้น และกำหนดกฎหมายใช้บังคับทั้งการขออนุญาตรื้อถอน คุณสมบัติของผู้รื้อถอน-คุมงาน การฝึกอบรม การออกใบอนุญาต บทลงโทษ การติดตามการปฏิบัติตามกฎหมาย การจัดหาสถานที่ฝังกลบ และการห้ามซื้อขาย หรือนำกลับมาใช้ซ้ำ
ประเทศไทยไม่น่าจะใช้เวลานานกับการจัดการเรื่องนี้ เพราะปัจจุบันสามารถหาสารทดแทนฯ ได้ มีองค์ความรู้เทคนิควิธีการให้ศึกษาพัฒนาต่อยอด และรัฐก็ให้เวลาเตรียมตัวในเรื่องมากกว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งถ้าสามารถยกเลิกการนำเข้าแร่ใยหินได้ทันที ปัญหาอื่น ๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ก็จะจะลดลงโดยปริยาย”
ในส่วนของความคืบหน้าการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่ 2 เรื่องการส่งเสริม สนับสนุน การใช้สารทดแทนที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ รวมทั้งการบริหารจัดการเพื่อควบคุม ลด และ เลิกใช้แร่ใยหินนั้น ดร.ไพบูลย์
ช่วงทอง อาจารย์ประจำ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะอนุกรรมการตรวจสอบและพิสูจน์สินค้า ศูนย์เฝ้าระวังสินค้าและพิสูจน์สินค้าที่ไม่ปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีสารทดแทนแร่ใยหินโครโซไทล์กว่า 22 ชนิด ที่มีใช้ในประเทศไทย เช่น PVA , Silica Fiber ,Cellulose Fiber ซึ่งสารทดแทนเหล่านี้สามารถนำมาผลิตได้ทั้งวัสดุป้องกันไฟ ฉนวนความร้อน ฉนวนไฟฟ้า ไส้กรอง ผ้าเบรค คลัชต์ วัสดุก่อสร้าง และเคมีภัณฑ์ ซึ่งมีบทเรียนและประสบการณ์ที่เป็นงานวิจัยทางวิชาการที่แสงดว่าสารทนแทนแร่ใยหินนั้น ไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์มี่คุณภาพแย่ลง
“ภาคอุตสาหกรรมที่ตระหนักเรื่องแร่ใยหิน ระบุว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ปลอดแร่ใยหินได้จริง มีบริษัทที่ได้รับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม(มอก.) แล้วถึง 4 บริษัท หากมีการพัฒนาสูตรและปรับปรุงวิธีการในการผลิต ก็จะช่วยในการลดต้นทุน และประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกใช้สินค้าที่ปลอดภัยกว่ ามากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมควรคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม มากกว่ามานั่งถกเถียงประเด็นทางเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมาก็ได้ผลกำไรไปมากแล้ว”
นางอรพรรณ ศรีสุขวัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า จะมีการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าตามยุทธศาสตร์อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อเตรียมรายงานความคืบหน้าทั้งหมดต่อสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 4 พ.ศ.2554 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติในระหว่างวันที่ 16-19 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติกำลังต้องพิสูจน์ตนเองว่าไม่เพียงแต่จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดผลทางปฏิบัติโดยทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน

login to rate

0 ความนิยม

แจ้งวีดีโอไม่เหมาะสม

เพิ่มวีดีโอที่ชื่นชอบ

จำนวนผู้เข้าชม:  1758

ความคิดเห็น:  0

เพิ่มวีดีโอที่ชื่นชอบแล้ว:  0

Links:0

ไม่พบวีดีโอที่ค้นหา

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่:   18 ตุลาคม 2554

หมวด:   เกาะติดสมัชชาสุขภาพ

ดาวน์โหลดวีดีโอนี้

(372ดาวน์โหลด)