webmaster's News

กลุ่ม กษ.ผู้เลี้ยงหมูจ่อขึ้นราคา”เนื้อหมู”



กลุ่ม กษ.ผู้เลี้ยงหมูจ่อขึ้นราคา”เนื้อหมู”



  กลุ่ม กษ.ผู้เลี้ยงหมูจ่อขึ้นราคา”เนื้อหมู” เหตุห้ามใช้หลังคาซีเมนต์แร่ใยหินไครโซไทล์ บ้านเมือง ฉบับวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554: ปัจจุบันสถานการณ์สุกรในช่วงนี้ที่เกิดการขาด แคลนทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย เป็นเพราะสภาพอากาศแปรปรวนและภาวะโรคสุกร ส่งผลให้ราคาสุกรหน้าฟาร์มในภูมิภาคนี้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในทุก ประเทศ
  นอกจากนี้ สภาพ อากาศแปรปรวนทั้งร้อนจัดแล้งจัดและฝนตกหนักน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาค มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพสัตว์และทำให้เกิดภาวะโรคระบาดต่างๆ ได้ง่ายขึ้น อันเป็นสาเหตุหลักของการขาดแคลนเนื้อสุกร และโรงชำแหละไก่ไม่ได้มาตรฐาน ยังทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งหันมาบริโภคเนื้อหมูแทน จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปริมาณเนื้อสุกรไม่เพียงพอต่อความต้องการของ ตลาด
  ปัญหาหลากหลายนี้ ทำให้ราคาเนื้อสุกรพุ่งขึ้นโดยธรรมชาติ ล่าสุด กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู (นายสุรชัย สุทธิธรรม ตัวแทนในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ) ทำ จม.เปิดผนึกถึงรัฐบาล ขอให้ทบทวนมาตรการระงับการใช้กระเบื้องซีเมนต์ และศึกษาผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจอย่างรอบคอบเพราะรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ผลักดันประเด็นเข้าสู่คณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการ “สังคมไทยไร้แร่ใยหิน”
   มอบหมายหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ไปศึกษาข้อมูลเพื่อต้องการให้สู่เป้าหมาย “การทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน”มอง ดูในหลักการแล้ว
   รัฐบาลช่างห่วงใยสุขภาพของประชาชนคนไทยเสียเหลือเกิน เพราะสร้างกระแสข่าวอย่างจริงจัง และหนักหน่วง”ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินไครโซไทล์หากให้ ใช้จะทำให้เป็นมะเร็งปอด” โดยเฉพาะ “กระเบื้องซีเมนต์มุงหลังคา” ซึ่งสร้างความตื่นตระหนก ตกใจ ให้กับประชาชนในวงกว้างหากรัฐบาลมีการระงับห้ามใช้กระเบื้องซีเมนต์ที่มีแร่ใยหินไครโซไทล์จริงๆ แล้ว กลุ่มผู้เลี้ยงหมูมี ความกังวลใจเหลือเกิน จะกระทบต่อ “การขึ้นราคาเนื้อหมู” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากกระเบื้องใยหินดังกล่าวฯ
   ได้ถูกใช้ไปในการก่อสร้างโรงเรือนเพื่อเลี้ยงหมูอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นวัตถุดิบที่คงทน และราคาย่อมเยาพอที่จะแบ่งเบาภาระต้นทุนของการเลี้ยงหมู พร้อมได้รับการยืนยันจากกลุ่มผู้เลี้ยงหมูว่า เป็นผู้ใช้กระเบื้องมุงหลังคาที่มีส่วนผสมของแร่ใยหินไครโซไทล์ในการก่อ สร้างโรงเรือน โรงเลี้ยงหมู มาเป็นระยะเวลานานมากกว่า 50 ปี ยังไม่มีหรือพบอันตรายจากการใช้วัสดุดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้เลี้ยง ผู้บริโภคเนื้อหมู หรือแม้กระทั่ง เจ้าตัวหมูเอง ด้วยซ้ำหาก ต้องเปลี่ยนไปใช้กระเบื้องทดแทนไร้แร่ใยหิน ที่มีคุณสมบัติ คือ ราคาสูงกว่า ไม่ทนทาน แตกหักงาน ไม่คงทนต่อสภาพกรดด่าง ที่เกิดจากก๊าซมีเทนที่มาจากขี้หมู
   เพราะกรดมีเทนเข้าไปทำปฏิกริยากับตัวกระเบื้องทำให้อายุการใช้งานสั้น จำเป็นต้องเปลี่ยนกระเบื้องโรงเลี้ยงหมูทุกๆ 3 ปี นี่คือเหตุผลที่ยืนยันมาจากกลุ่มผู้เลี้ยงหมูทั้งหมด สรุปท้ายปลายทาง คือ ผู้บริโภคต้องรับเคราะห์กับราคาเนื้อหมูที่ต้องขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เห็นข้อมูลจากกลุ่มผู้เลี้ยงหมู ซึ่งถือว่าเป็นประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบจากการแบนหรือห้ามใช้ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน หรือกระเบื้องซีเมนต์ หน่วย งานรัฐบาลที่ได้รับมอบหมายให้ไปศึกษา ได้ลงลึกถึงข้อมูลเหล่านี้มากน้อยเพียงใด
   นี่เป็นเพียงข้อมูลจากกลุ่มประชาชนเพียงกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบหากมีการ สั่งห้ามใช้แร่ใยหินไครโซไทล์นับว่าเป็นอีกหนึ่ง “เสียงสะท้อนที่สำคัญ” ที่กล้าออกมาท้วงติง และชี้แจงเพื่อทบทวนแนวคิดของรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้ก็มีหลากหลายเสียง เข้ามาแสดงความคิดเห็นให้ทบทวน และศึกษาผลได้ผลเสียจากกรณีการห้ามใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ แต่รัฐบาลให้เหตุผลว่า ผู้ประกอบการธุรกิจที่ผลิตสินค้า ย่อมมีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ คือ กรมชลประทาน ออกมาแสดงความเห็นและออก จม. รายงานชี้แจงถึงเรื่องที่กรมชลประทานยังคงยืนยันว่ามีความจำเป็นต้องใช้ท่อ ซีเมนต์ผสมใยหินไครโซไทล์
  เป็นท่อส่งน้ำในระบบชลประทาน เนื่องจากท่อชนิดนี้มีความแข็งแรง ทนทานติดตั้งและซ่อมแซมได้ง่าย มีค่าบำรุงรักษาและค่าลงทุนก่อสร้างต่ำ และที่สำคัญที่สุด คือ ยังไม่พบว่าน้ำที่ไหลผ่านท่อซีเมนต์ผสมแร่ใยหินไครโซไทล์ปนเปื้อนในน้ำแต่ ประการใด พร้อมทั้งกรมชลประทานยังทำหนังสือแจ้งข้อคิดเห็นการจัดการอันตรายจากแร่ใย หินไครโซไทล์เพิ่มเติมไปยัง สำนักงานควบคุมอันตราย กรมโรงงานอุตสาหกรรมอีกปึกใหญ่ ใจความสำคัญน่าสนใจคือ ไม่สมควรประกาศให้แร่ใยหินไครโซไทล์ เป็นวัตถุอันตรายระดับ 4 ควรให้คงเป็นวัตถุอันตรายระดับ 3 ตามเดิม ทั้งนี้เนื่องจากมีการควบคุมที่เข้มงวดพออยู่แล้ว และควรทำการศึกษาให้ทราบผลที่ชัดเจนตรงไปตรงมาก่อน น้ำที่ไหลผ่านท่อซีเมนต์ผสมใยหินไครโซไทล์
   มีสารปนเปื้อนของใยหินไครโซไทล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่กล่าวกันว่า ทำให้เกิดโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด และขอให้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ครบถ้วน รอบด้านอย่างตรงไปตรงมา และเป็นธรรมทุกฝ่าย หากต้องประกาศยกเลิกการน้ำเข้าและใช้แร่ใยหินไครโซไทล์ เสียง เรียกร้อง-ติเตือน ทั้งจากผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกรประชาชน และภาครัฐด้วยกันเอง เหล่านี้เพียงพอหรือไม่ หากไม่เพียงพอ ต้องศึกษาและชี้แจงจากสถาบันที่เชื่อถือได้ พร้อม ต้องสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย หน้า: 7(ล่าง)Ad Value: 90,000 PRValue (x3): 270,000 20110603_1015_HA_Baan Muang

Facebook

เข้าสู่ระบบ to rate

อันดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่อัพโหลด:  14th May 12

จำนวนผู้ชม:  2121

ความคิดเห็น:  0

ข่าวที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   ข่าวสารน่ารู้

แจ้งข่าวไม่เหมาะสม

ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ถึ่งเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง