webmaster's News

หลักสูตรไทยเหลวเด็กไม่รู้วิธีป้องกันท้องในวัยเรียนเพียบ



หลักสูตรไทยเหลวเด็กไม่รู้วิธีป้องกันท้องในวัยเรียนเพียบ



คม ชัด ลึก (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นักวิชาการชี้โจ๋ไทยกว่าแสนคนท้องในวัยเรียน อัดหลักสูตรการศึกษาล้มเหลวมุ่งแต่วิชาการง

ผลพวงจากปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่นไทยได้ เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสำนักเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลวันเลนไทน์ พร้อมจัดเสวนาหัวข้อ “เมื่อวัยเรียนก้าวพลาดในความรัก เราจะตั้งหลักกันอย่างไร”

นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนภิเษก กล่าวว่า ข้อมูลระบุว่าขณะนี้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทั่วประเทศ 15 ล้านคน มีกว่า 1 แสนคน ประสบปัญหาท้องในวัยเรียน ซึ่งกลุ่มเยาวชนเหล่านี้ประมาณ 5 หมื่นคน ได้กลายเป็นผู้ก่ออาชญากรรมกระทำผิดกฎหมายเนื่องจากถูกดดันจากสังคมและถูกตี ตราว่าเป็นเด็กไม่ดี เป็นเด็กที่สร้างปัญหาให้แก่สังคม จึงส่งผลให้กลุ่มเด็กหญิงที่ก้าวพลาดคิดว่าต นเองได้ทำความผิดที่ร้ายแรง ในที่สุดจึงหลงเดินทางผิดมากขึ้น เพราะคิดว่ายังไงเขาก็ถูกสังคมตัดสินความผิดไปแล้ว

ขณะเดียวกันหลักสูตรการศึกษาในประเทศไทยยัง ขาดเรื่องการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับความรัดในวัยเรียน ทำให้การเรียนการสอนในสถานศึกษามุ่งเน้นเพียงแต่ด้านวิชาการเด็กนักเรียนจึง ขาดความพร้อมด้านทักษะในการดำเนินชีวิต ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงควรพิจารณาเพิ่มหลักสูตรในการสถานศึกษาเกี่ยว กับเรื่องดังกล่าวมากขึ้น เพราะการใช้ชีวิตจริงในสังคมบางครั้งเด็กที่เรียนที่เรียนไม่เก่งอาจสามารถ ประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าพวกเรียนเก่งตัวอย่างก็มีให้เห็นไม่น้อย

“สถิติเกี่ยวกับปัญหาท้องในวัยเรียนของเด็ก ไทยพุ่งเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และเป็นอันดับ 2 ของโลก สะท้อนให้เห็นว่า ที่ผ่านมา การแก้ปัญหาของเรายังไม่ถูกจุด นอกจากนี้ สังคมไทยก็ไม่เคยคิดถึงการไปเก็บข้อมูลเด็กที่ท้องไม่พร้อม แต่สามารถกลับมายืนหยัดในสังคม และกลายเป็นผู้ประสบสำเร็จในชีวิต เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สังคมว่า เขาเหล่านั้นยังมีโฮกาสปรับตัว ที่เห็นอยู่ทุกวันนี้มีเพียงแต่มุ่งเป้าว่า เด็กที่ทำผิดเป็นคนไม่ได้ โดยลืมมองไปว่าผู้ใหญ่นั่นแหละเป็นตัวต้นเหตุของปัญหา” นางทิชากล่าว

สอดคล้องกับ นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ผู้ใหญ่ต้องเลิกพูดว่าเด็กเป็นจำเลยของสังคมแม้ในความเป็นจริง ส่วนหนึ่งเด็กก็ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิด เนื่องจากการตำหนิอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดประโยชน์

ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี กล่าวว่า ช่วงวัยเรียนตนเป็นเด็กที่เรียนดี เกรดเฉลี่ย 3.9 เกือบทุกเทอม แต่เพราะรักในวัยเรียนทำให้ใช้ชีวิตก้าวเกินไปในทางที่ผิด วันนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตคือ การไปฉลองเรียนจบ ม.6 กับเพื่อนและแฟน ด้วยความที่ไม่เคยดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ แต่เมื่อลองดื่มทำให้เมาจาดสติจนพลาดตั้งครรภ์ พอรู้ว่าตั้งครรภ์ก็ตกใจและทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าการกระทำแค่ครั้งเดียวจะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตมากขนาดนี้ เพื่อนแนะนำให้ไปเอาเด็กออก แต่ตัดสินใจเล่าความจริงให้พ่อกับแม่ฟัง ที่บ้านก็เสียใจมากเพราะเป็นลูกคนเดียว จากนั้นไม่นานผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายก็ปรึกษาและตกลงให้แต่งงานกัน ใช้ชีวิตอยู่กับแฟนได้เพียง 2 ปี มีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนสุดท้ายเลือกที่จะแยกทางกัน

“ตอนนี้เลี้ยงดูถูกเอง ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูก และตั้งใจไว้ว่าจะเรียนต่อให้จบปริญญาตรี เพื่อเป็นของขวัญให้พ่อและแม่ สิ่งที่ทำให้ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตก้าวเดินต่อไปได้ก็เพราะลูก ลูกเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง อยากฝากไปถึงผู้ใหญ่ว่า เมื่อลูกหลานมีปัญหา ไม่ควรโทษเด็กอย่างเดียว โดยเฉพาะการตบตีด่าทอยิ่งไม่ควรทำ เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพาะเด็กอาจจะหลงไปในทางที่ผิดคิดสั้นได้” น.ส.เอกล่าว

Facebook

เข้าสู่ระบบ to rate

อันดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่อัพโหลด:  12th Feb 13

จำนวนผู้ชม:  4738

ความคิดเห็น:  0

ข่าวที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   ข่าวสารน่ารู้

แจ้งข่าวไม่เหมาะสม

ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ถึ่งเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง