webmaster's News

จริงหรือหลอก ! 8 ข้อกังขาเกี่ยวกับแซลมอน



จริงหรือหลอก ! 8 ข้อกังขาเกี่ยวกับแซลมอน



สำหรับคนรักสุขภาพ แซลมอนได้ชื่อว่าเป็นโปรตีนคุณภาพดี เพราะมีทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 โปรตีน วิตามินบี วิตามินดี โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย

ถ้าถามถึงแหล่งแซลมอนชั้นเยี่ยม แน่นอนว่า นอร์เวย์ คืออันดับต้นๆ เพราะนอร์เวย์คือผู้ริเริ่มการเพาะเลี้ยงแซลมอนสมัยใหม่ โดยมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมายาวนานกว่า 10 ปี ด้วยการเป็นผู้ผลิตแซลมอนอันดับหนึ่งของโลก นอร์เวย์เพาะเลี้ยงแซลมอนโดยยึดหลักความยั่งยืนและปลาที่มีสุขภาพดี ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยและระบบ การจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านอาหารปลอดภัย และการเพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืน ที่สำคัญแซลมอนถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ที่นำเข้ามายังประเทศไทยคือแซลมอนจากนอร์เวย์นี่เอง

ทว่า ที่ผ่านมา ข่าวลบๆ เกี่ยวกับ การเลี้ยงแซลมอนก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ทำเอาหลายคนเริ่มลังเลใจไม่กล้า รับประทาน ลองมาดูกันว่าอะไรคือ เรื่องจริงหรือไม่จริงเกี่ยวกับแซลมอน

1.แซลมอนถูกเลี้ยงในสภาพที่แออัด
ความจริงก็คือแซลมอนนอร์เวย์ถูกเพาะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แซลมอนอาศัยอยู่ในกระชังขนาดใหญ่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีความลึกถึง 40 เมตร โดยกระชังมีเส้นรอบวงถึง 200 เมตร เทียบได้กับเพ้นท์เฮ้าส์ขนาดใหญ่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง แน่นหนา แต่ละกระชังมีแซลมอนอาศัยอยู่เพียง 2.5 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ส่วนที่เหลือคือน้ำทะเล ภายในน้ำยังมีกล้องที่คอยตรวจดูความปลอดภัยและการดำรงชีวิตของแซลมอน ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

2.แซลมอนไม่ได้รับสารอาหาร ที่เพียงพอ
ด้วยระบบการเลี้ยงที่ดี มีประสิทธิภาพ อาหารที่ใช้เลี้ยงแซลมอนจึงต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป (EU) ถือว่าเป็นมาตรฐานที่สูง  ส่วนประกอบมาจากอาหารปลาธรรมชาติที่มีส่วนผสมของน้ำมันปลาและพืช  ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ทำให้แซลมอนมีสุขภาพดี

3.แซลมอนเลี้ยงมักถูกใช้สารเร่งสี
เป็นไปได้อย่างไรที่มนุษย์จะฉีดสารเร่งสีให้แซลมอนที่ว่ายอยู่นับล้านตัวในมหาสมุทร ความจริงแล้วเม็ดสีแดง ตามธรรมชาติที่ปรากฎในแซลมอนของนอร์เวย์มาจากสาร 'แอสตาแซนธิน' ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ พบได้ในสัตว์ทะเลเปลือกแข็งซึ่งเป็นอาหารของแซลมอนที่อยู่ตามธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ 'แอสตาแซนธิน' จึงถูกสกัดและนำไปผลิตอาหารสำหรับแซลมอน นอกจากเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับแซลมอนแล้ว  ยังทำให้แซลมอนมีสีสันสวยงาม เนื้อปลามีสีส้มน่ารับประทานเป็นอย่างยิ่ง

4.แซลมอนเลี้ยงเสี่ยงอันตราย จากพยาธิ
แซลมอนเลี้ยงของนอร์เวย์แทบไม่มีความเสี่ยงในการพบพยาธิ ในลำไส้ เนื่องจากปลากินอาหาร ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป (EU) ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูง ผู้เชี่ยวชาญในประเทศนอร์เวย์ได้พัฒนาวัคซีนยาที่ใช้ป้องกันและรักษาโรคให้กับแซลมอน ส่วนการใช้ยาปฏิชีวนะเป็นไปอย่างจำกัด เพื่อให้ การเพาะเลี้ยงแซลมอนเป็นไปอย่างยั่งยืน จำนวนของแซลมอนนอร์เวย์ที่ได้รับ ยาปฏิชีวนะจึงมีน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ และหลังได้รับยาปฏิชีวนะก็ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีสารตกค้างในตัวปลา ก่อนผ่านกระบวนการต่างๆ มาสู่จานอาหาร

5.แซลมอนเลี้ยงเต็มไปด้วย สารปนเปื้อน
ความปลอดภัยของอาหารเป็นหัวใจสำคัญของการเพาะเลี้ยงแซลมอน และชาวนอร์เวย์เองก็ให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของอาหารเป็นอย่างมาก นอร์เวย์เพาะเลี้ยงแซลมอนปฎิบัติตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรปอย่างเคร่งครัด และมีมาตรการตรวจสอบสารปนเปื้อนที่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมรวมถึงสิ่งไม่พึงประสงค์อื่นที่อาจ ส่งผลกระทบต่อแซลมอนเลี้ยง โดยมีการสุ่มตรวจแซลมอนจากจำนวนที่ผลิตทั้งหมดในหนึ่งปี เพื่อนำมาตรวจสอบปริมาณสารปนเปื้อน ด้วยเหตุนี้ แซลมอนจากนอร์เวย์จึงเป็นหนึ่งในอาหารที่ปลอดภัยต่อการบริโภคมากที่สุด เพราะโอกาสที่จะพบสารโลหะหนักหรือสารปรอท และระดับสารกำจัดศัตรูพืชถือว่าต่ำกว่าปริมาณที่กำหนด ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร และมีปริมาณน้อยกว่าเมื่อเทียบกับแซลมอนที่เติบโตตามธรรมชาติปัจจัยสำคัญมาจากอาหารที่ใช้เลี้ยงแซลมอนนั่นเอง

6.แซลมอนส่วนใหญ่มาจากญี่ปุ่น
ย้อนไปในช่วงต้นปีค .ศ.1980 นอร์เวย์ผลิตแซลมอนสำหรับบริโภคภายในประเทศเท่านั้น แต่เนื่องจากปริมาณผลผลิตมีมากเกินความต้องการ พวกเขาจึงตัดสินใจส่งออกแซลมอน ที่สดและอร่อยไปยังประเทศญี่ปุ่น  ที่ประชากรในประเทศชื่นชอบการบริโภคปลาดิบ หลังจากใช้เวลากว่า 2-3 ปีในการโน้มน้าวให้คนญี่ปุ่นหันมาบริโภคแซลมอนจากนอร์เวย์ ในที่สุดชาวญี่ปุ่นก็ยอมรับแซลมอนที่แหวกว่าย ในน้ำทะเลที่เย็นเฉียบและใสสะอาดของนอร์เวย์ การผสมผสานวัฒนธรรมอาหารของชาวญี่ปุ่นโดยใช้แซลมอนสดจากนอร์เวย์จึงเริ่มขึ้น  เกิดเป็นเมนูอาหารขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ได้แก่ ซาชิมิแซลมอน และซูชิ ทำให้แซลมอนกลายเป็นปลาที่คนนิยมบริโภคใน รูปแบบซูชิ และซาชิมิมากที่สุดในโลก

7.แซลมอนธรรมชาติมีโอเมกา 3 มากกว่า
ของนอร์เวย์มีปริมาณไขมันดีมากกว่าแซลมอนที่อาศัยตามธรรมชาติ จึงทำให้มีกรดไขมันโอเมกา-3 มากกว่า และเนื่องจากอาหารที่ใช้เลี้ยงแซลมอนมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทำจากวัตถุดิบที่ดี จึงทำให้แซลมอนเลี้ยงมีรสชาติอร่อยกว่า ที่สำคัญแซลมอนเลี้ยงมีไขมันแบบไม่ อิ่มตัวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเรารับประทานเข้าไปแล้วไม่อ้วนแน่นอน

8.แซลมอนตัวผู้รสชาติดีกว่าตัวเมีย
ไม่จริงเอาเสียเลย ในนอร์เวย์ แซลมอนเลี้ยงได้รับการส่งออกสู่ตลาดก่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และไม่ว่าจะเป็นแซลมอนตัวผู้หรือตัวเมีย พวกมันจะถูกเลี้ยงด้วยอาหารที่เหมือนกัน โดยสรุปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแซลมอนเพศใด รสชาติก็อร่อยเหมือนกันทั้งนั้น
ข้อมูลจาก : www.pobpad.com


ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

Facebook

เข้าสู่ระบบ to rate

อันดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่อัพโหลด:  8th May 19

จำนวนผู้ชม:  1003

ความคิดเห็น:  0

ข่าวที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   ข่าวสารน่ารู้

แจ้งข่าวไม่เหมาะสม

ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ถึ่งเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง