รายงานข่าวสุขภาวะ ภาคอีสาน สานใจ สานพลัง 27 กุมภาพันธ์ 2563 ตอน รพ.สต.รับงบรายหัวตรง-หนุนเอกชนร่วมบริการระบบปฐมภูมิ : วิชิตชนม์ ทองชน

* * *วิชิตชนม์_ทองชน รายงานข่าวสุขภาวะ_สานใจสานพลัง รายงานข่าวสุขภาวะภาคอีสาน หลักประกันสุขภาพ อปสข. รพ.สต. หน่วยบริการปฐมภูมิ บริการปฐมภูมิ ลดแออัด* * *
Facebook
download

ข้อเสนอลดแออัดใน รพ. ‘รพ.สต.รับงบรายหัวตรง-หนุนเอกชนร่วมบริการระบบปฐมภูมิ

ศ.(พิเศษ) นพ.สมพร โพธินาม ประธานคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น (อปสข.) ได้จัดทำข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาผู้ป่วยแออัดในโรงพยาบาลต่างๆ เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตลอดจนปลัดกระทรวงสาธารณสุขและเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีหลายประเด็นที่น่าสนใจและหากสามารถดำเนินการได้จริงอาจเปลี่ยนโฉมระบบสุขภาพของประเทศไทยไปเลยก็ได้
นพ.สมพร ชี้ให้เห็นว่า จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานในเขตรับผิดชอบพบว่าปัจจัยที่ทำให้มีผู้ป่วยแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทุกจังหวัดในประเทศเกิดจากประชาชนยังไม่ศรัทธาต่อระบบบริการปฐมภูมิ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไม่มีแพทย์ประจำและขาดเวชภัณฑ์ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ประชาชนยังมีทัศนคติที่ต้องการรับบริการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค ขณะเดียวกัน ในหน่วยบริการระดับปฐมภูมิที่มีแพทย์อยู่ประจำก็มีน้อยมาก ทำให้นโยบายการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิไม่เป็นผลสำเร็จ อีกทั้งยังขาดการสนับสนุนการบริบาลด้วยแพทย์ทางเลือก เช่น แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือแม้แต่แพทย์แผนจีน (ฝังเข็ม) รวมทั้ง รพ.ของรัฐยังมีการออกนอกระบบราชการเป็นการบริหารแบบองค์การมหาชน เช่น รพ.บ้านแพ้ว เพียงแห่งเดียว รวมทั้งการให้บริการในลักษณะเอกชน เช่น คลินิกชุมชนอบอุ่นใน กทม. น้อยมากเช่นเดียวกัน และควรมีการขยายบริการในลักษณะ Cup-split จาก รพ.ใหญ่ เพื่อลดความแออัดการบริการในระดับปฐมภูมิ และที่สำคัญคือพบว่าประชาชนที่ลงทะเบียนหน่วยบริการในระบบบัตรทองซึ่งควรจะลงทะเบียนกับหน่วยบริการปฐมภูมิ กลับมีการลงทะเบียนในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลขนาดใหญ่จำนวนมาก

นพ.สมพร ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความแออัดไว้ 3 ระยะ ซึ่งทั้ง 3 ระยะนี้จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้ง สธ. และ สปสช.ในการขับเคลื่อน แบ่งเป็นระยะแรก มี 5 ประเด็นประกอบด้วย

1.การสร้างระบบปฐมภูมิที่เข้มแข็ง โดย รพ.สต. ต้องแทนที่โรงพยาบาลใหญ่จะรับลงทะเบียนผู้ป่วยสิทธิบัตรทองก็ให้ลดจำนวนลงแล้ว แยกออกมาให้ รพ.สต.รับเองโดยสปสช.โอนเงินตรงไปที่ รพ.สต. ที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการประจำ ยกตัวอย่างเช่นที่ รพ.สต.ศีรษะละเลิง และ รพ.สต.มะค่า จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็น รพ.สต.ติดดาวระดับประเทศ เป็นหน่วยบริการที่ประชาชนชื่นชอบอย่างมากโดยให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รักษาพยาบาลเบื้องต้น และฟื้นฟูสมรรภาพด้านการแพทย์ ในระดับปฐมภูมิได้เป็นอย่างดี โดย นพ.สมพร ชี้ว่ายิ่งแทนที่โรงพยาบาลใหญ่จะรับลงทะเบียนผู้ป่วย มาก จำนวนผู้ป่วยก็ยิ่งกระจาย ไม่มากระจุกที่โรงพยาบาลใหญ่โดยเฉพาะผู้ป่วยนอก
2.ต้องสนับสนุนแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และการฝังเข็ม ตัวอย่างเช่นแพทย์แผนไทยมีบัญชียาหลัก 91 รายการ รักษาและส่งเสริมสุขภาพได้สารพัด อาการไข้เล็กน้อยก็มียาสมุนไพรรักษาได้ดี หรือการฝังเข็มก็ช่วยได้มาก ทางองค์การอนามัยโลกก็รับรองว่ารักษาได้เกิน 50 โรคโดยเฉพาะอาการเจ็บปวดต่างๆ แต่ประเทศไทยยังไม่มีหลักสูตรให้นักศึกษาแพทย์ได้เรียนการฝังเข็มเลย อีกทั้ง สปสช.ควรให้สิทธิประโยชน์กับผู้ที่ทำงานประเภทนี้ด้วย
3.การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อนัดหมายผู้ป่วย ตลอดจนการนำระบบ AI เข้ามาช่วยแพทย์วิเคราะห์โรค เช่น วิเคราะห์ EKG หรือวิเคราะห์ฟิล์มเอ็กซเรย์ เป็นต้น
4.สนับสนุนการรับยาที่ร้านยาซึ่งก็ได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือน ต.ค. 2562 ที่ผ่านมาและคิดว่าจะมีส่วนลดความแออัดได้บางส่วน
5.สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสถานพยาบาลเพื่อลดภาระจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โดยอาจจะทำได้ตั้งแต่ระดับศูนย์แพทย์ คลินิก โรงพยาบาลปฐมภูมิหรือแม้แต่ทุติยภูมิและตติยภูมิ เช่น ศูนย์แพทย์เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เทศบาลนครอุดรธานีและโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ขึ้นอยู่กับความพร้อมของท้องถิ่นและวิสัยทัศน์ของผู้นำท้องถิ่นว่าเห็นความสำคัญของเรื่องสุขภาพประชาชนหรือไม่

login to rate

ระดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่:  12th Mar 20

จำนวนผู้ฟัง:  20

แสดงความคิดเห็น:  0

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   รายงานข่าวสุขภาวะ

แจ้งเสียงไม่เหมาะสม

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ดาวน์โหลดเสียงนี้(2 ดาวน์โหลด)


(สามารถนำโค๊ดนี้ไปแสดงที่เว็บไซต์หรือ MySpace,Friendster,Blogger ของคุณได้!)