รายงานข่าวสุขภาวะ ภาคเหนือ สานใจสานพลัง 2 มกราคม 2563 ตอน งานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 เคาะเรียบร้อยแล้ว : อิสระ บุญอนันต์

* * *อิสระ_บุญอนันต์ รายงานข่าวสุขภาวะภาคเหนือ รายงานข่าวสุขภาวะ_สานใจสานพลัง สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ NHA12 รวมพลังชุมชนต้านมะเร็ง ใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล วิถีเพศภาวะ แร่ใยหิน* * *
Facebook
download

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 6

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 8

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 59

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 54

จากงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กทม.ที่ผ่านมาแล้วนั้น มี 4 มติที่เคาะผ่านไปเรียบร้อยแล้ว จากการนำเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 2 มติ คือ1. มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน และ 2.วิถีเพศภาวะ เสริมพลังสุขภาวะครอบครัว สำหรับสัปดาห์นี้ขอนำเสนออีก 2 มติต่อคือ มติที่ 3 การจัดการเชิงระบบสู่ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล โดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง และมติที่ 4. รวมพลังชุมชนต้านมะเร็ง สำหรับการพิจารณา ร่างมติ การจัดการเชิงระบบสู่ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลโดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ รองประธานอนุกรรมการดำเนินการประชุม คณะที่ 1 กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการสนับสนุนนโยบายการใช้ยาที่สมเหตุผลของประเทศ โดยมุ่งสนับสนุนการจัดการด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน หน่วยงานรัฐและเอกชน สร้างความสามารถของชุมชนในการดูแลตนเองเบื้องต้นได้ยามเจ็บป่วยและการใช้ยาอย่างสมเหตุผล เนื้อหาครอบคลุมถึงการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ โดยการสนับสนุนองค์ความรู้ การมีระบบฐานข้อมูลเพื่อการกำกับติดตามการใช้ยาของสถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน ระบบฐานข้อมูลยาที่ประชาชนจะเข้าถึงและใช้ในการตรวจสอบความปลอดภัยได้ รวมไปถึงระบบการสร้างความปลอดภัยในการใช้ยา ลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็นและระบบเตือนภัยเฝ้าระวังเรื่องยาในชุมชน ในช่วงการพิจารณามติ ได้เห็นความสนใจของภาคีต่างๆ ความมุ่งมั่นของหน่วยงานและเครือข่ายหลัก เช่น สปสช. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กสทช. รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับที่จะเป็นแกนหลักสำคัญของการขับเคลื่อนมติไปสู่การปฏิบัติ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เพิ่มเติมความสำคัญของการใช้ยาสมเหตุผลไปถึงการดูแลจังหวัดพื้นที่รอยต่อประเทศเพื่อนบ้านและผู้ลี้ภัย โดยขอให้กระทรวงการต่างประเทศได้เข้ามามีบทบาทด้วย ท้ายสุดต้องขอชื่มชมสมาชิกสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายพื้นที่จังหวัด ที่ได้ให้ความสนใจ ได้ร่วมกันแสดงความเห็นหาทางออก และแสดงความพร้อมในการจะจับมือร่วมขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยมีการจัดการเชิงระบบสู่ความเป็นประเทศการใช้ยาอย่างสมเหตุผลยา ประชาชนปลอดภัยจากการใช้ยา มีคุณภาพชีวิตที่ดี และที่สำคัญสามารถพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพได้

ในส่วนระเบียบวาระ รวมพลังชุมชนต้านมะเร็ง นางภารนี สวัสดิรักษ์ รองประธานอนุกรรมการดำเนินการประชุม คณะที่ 2 กล่าวถึงความน่าสนใจของประเด็นนี้คือการที่หน่วยด้านการแพทย์เห็นความสำคัญและเป็นฝ่ายเสนอว่าชุมชนต้องเป็นศูนย์กลางในการต้านมะเร็ง การประชุมนี้จึงเป็นการรวมพลังความรู้จากหลายทิศทาง นับเป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนในการป้องกันมะเร็งเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประเทศโดยไม่ต้องรอให้เกิดโรคขึ้นก่อน ซึ่งไม่มีทางจะเป็นไปได้หากประชาชนไม่ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการคัดกรองมะเร็ง และร่วมกันจัดการปัจจัยเสี่ยงของโรคในชุมชนด้วยตนเอง

โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า เรื่องความตระหนักรู้ในการป้องกัน การคัดกรอง ความเข้าใจในการรักษา การอยู่กับผู้ป่วยมะเร็งระยะต่างๆ การอยู่กับโรคเพื่อทำให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างปกติสุขนั้น กระทรวงสาธารณสุขทำงานเพียงลำพังไม่ได้ จำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน อาทิ กระทรวงมหาดไทยเข้ามามีบทบาทเชื่อมโยงกับท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ช่วยขับเคลื่อนงานในชุมชน กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมช่วยส่งเสริมการวิจัยเครื่องมือต่างๆ เทคนิคการคัดกรอง และการวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและการแพทย์แผนต่างๆ รวมถึงความร่วมมือของเครือข่ายต่างๆ ซึ่งจะเป็นกลไกที่ทำให้เกิดการผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ป่วย ภาคประชาสังคม กลุ่มจิตอาสา กลุ่มเยาวชน บทบาทของสำนักงานกองทุนสนับสนุนและสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่จะทำให้คนเห็นความสำคัญของการตรวจสุขภาพ ช่วยพัฒนาพื้นที่ต้นแบบและขยายพื้นที่ต้นแบบที่ทุกส่วนบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันและแก้ปัญหามะเร็ง สนับสนุนให้เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพทั้งในแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือกและภูมิปัญญาพื้นบ้าน การพัฒนาแอพลิเคชั่นในประเมินความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง การป้องกัน การคัดกรอง และการรักษาที่เหมาะสม มีมาตรฐาน ระบบการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ด้าน นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง แนวทางการนำมติสมัชชาสุขภาพไปขับเคลื่อนให้เกิดรูปธรรมได้ทั้งในระดับนโยบาย คือ การนำมติทั้ง 4 เรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(คสช.) เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ซึ่งใน คสช. มีองค์ประกอบของกระทรวงหลักถึง 6 กระทรวง สภาวิชาชีพด้านสาธารณสุข และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสุขภาพอยู่แล้ว จึงเป็นพื้นที่ของการประสานความร่วมมือ ประสานข้อมูล ระหว่างกระทรวง หน่วยงาน องค์กรที่เป็นกรรมการฯ ได้เลย การขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ(คมส.) รวมถึงการขับเคลื่อนโดยภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด 77 จังหวัดและเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมในเชิงประจักษ์ต่อไป.

login to rate

ระดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่:  8th Jan 20

จำนวนผู้ฟัง:  117

แสดงความคิดเห็น:  0

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   รายงานข่าวสุขภาวะ

แจ้งเสียงไม่เหมาะสม

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ดาวน์โหลดเสียงนี้(29 ดาวน์โหลด)


(สามารถนำโค๊ดนี้ไปแสดงที่เว็บไซต์หรือ MySpace,Friendster,Blogger ของคุณได้!)