รายงานข่าวสุขภาวะ ภาคเหนือ สานใจสานพลัง 26 ธันวาคม 2562 ตอน ผ่านฉลุย 4 มติ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 : อิสระ บุญอนันต์

* * *อิสระ_บุญอนันต์ รายงานข่าวสุขภาวะภาคเหนือ รายงานข่าวสุขภาวะ_สานใจสานพลัง แร่ใยหิน-เพศภาวะ ใช้ยาสมเหตุผล รวมพลังต้านมะเร็ง สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ NHA12* * *
Facebook
download

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 13

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 14

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 15

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 15

แร่ใยหิน-เพศภาวะ-ใช้ยาสมเหตุผล-รวมพลังต้านมะเร็ง 4 มติ สช.ชาติ ครั้งที่ 12 ผ่าน “ฉลุย”

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 นพ.กิจจา เรืองไทย ประธานกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ กล่าวในการแถลงมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยมีสาระสำคัญว่า การจัดงานฯ ในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,300 คน จาก 254 กลุ่มเครือข่ายทั่วประเทศ มีกิจกรรมที่น่าสนใจทั้งการปาฐกถาพิเศษ โดย นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า ระเบียบวาระทั้ง 4 เรื่องที่เข้าสู่การประชุมปีนี้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน การร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติของเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัด 77 จังหวัดและเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ ที่เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ ต้องทำหน้าที่ยกเลิกสารเคมีการเกษตรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมถึงการทำงานกับคนรุ่นใหม่เครือข่าย ‘Young ทำได้’ ที่จะมาสานต่องานและผลักดันอุดมการณ์และขยายเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติต่อไป

“ปีนี้เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนกรรมการสุขภาพแห่งชาติชุดใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่กรรมการสุขภาพแห่งชาติจำนวนหนึ่งได้เข้าร่วมเรียนรู้กระบวนการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้เข้าใจในกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อส่วนรวมด้วย” สำหรับ 4 ระเบียบวาระที่สมาชิกสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 12 ร่วมกันพิจารณา มีผลดังนี้ ร่างมติแรก การทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน นพ.ประสิทธิ์ชัย มั่งจิตร ประธานอนุกรรมการดำเนินการประชุม คณะที่ 1 กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการต่อยอดจากมติเดิมเมื่อปี 2553 โดยมีเป้าหมายร่วมกันว่าต้องยกเลิกการใช้แร่ใยหินในสังคมไทย โดยทุกภาคส่วนต้องมีความรู้ความเข้าใจเพียงพอ ทั้งในส่วนการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ปราศจากแร่ใยหินมาใช้และการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเก่าที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหินว่าทำอย่างไรจะปลอดภัย สำหรับข้อกังวลของภาคเอกชนก็คือ ผลิตภัณฑ์บางอย่างยังไม่สามารถหาสารทดแทนได้ แต่นั่นก็เหลือน้อยมากแล้ว ดังนั้นที่ประชุมจึงยืนยันมติให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการออกกฎเกณฑ์ให้ยกเลิกการใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบในการผลิตกระเบื้องแผ่นเรียบ กระเบื้องยางปูพื้น ภายในปี 2565 และยกเลิกการใช้แร่ใยหินเป็นวัตถุดิบในการผลิตผ้าเบรกและคลัทช์ ท่อซีเมนต์ กระเบื้องมุงหลังคา ภายในปี 2568 ส่วนกระทรวงพาณิชย์ดูแลในเรื่องการนำเข้า กระทรวงมหาดไทยจะทำหน้าที่ควบคุมในส่วนของการปลูกสร้าง การรื้อถอนอาคาร และกระทรวงสาธารณสุขจะเน้นทำความเข้าใจให้ความรู้เรื่องผลกระทบของแร่ใยหินต่อไป เพราะแร่ใยหินทุกชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง มีผลต่อสุขภาพทั้งคนงานที่ทำงานสัมผัสแร่ใยหิน และประชาชนทั่วไป แม้จะมีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 เรื่องมาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 เห็นชอบให้ดำเนินการตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ แต่ยังไม่สามารถทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน การทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติดังกล่าว เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้สังคมไทยยกเลิกการใช้แร่ใยหินในที่สุด ภาครัฐควรมีมาตรการยกเลิกนำเข้า สร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ส่งเสริมการใช้สารทดแทนที่ปลอดภัยที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ เผยแพร่ความรู้ พัฒนาระบบเฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยง และการวิจัย

ในส่วนร่างมติ วิถีเพศภาวะ: เสริมพลังสุขภาวะครอบครัว การใช้กรอบแนวคิด และการดำเนินการที่เรียกว่า “วิถีเพศภาวะ” ไปเสริมพลังครอบครัว โดยทำให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความละเอียดอ่อนทางเพศภาวะ ด้วยการใช้กระบวนการรื้อแนวคิดที่ทำให้เกิดความไม่เสมอภาคและไม่เป็นธรรมทางเพศ สร้างแนวคิดและกระบวนการใหม่ที่ใช้พลังความเสมอภาค เป็นธรรมทางเพศ และเคารพสิทธิของทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และผู้หลากหลายทางเพศ เพื่อให้บุคคล ครอบครัว และสังคมมีสุขภาวะ ความมั่นคง และสงบสุข นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ประธานอนุกรรมการดำเนินการประชุม คณะที่ 2 กล่าวว่า ทุกภาคส่วนมีความเห็นพ้องต้องกันว่าจำเป็นต้องทำให้สังคมไทยเข้าใจว่า ‘วิถีเพศภาวะ’ หรือ gender approach หมายถึงทั้งเพศชาย หญิง กลุ่มความหลากหลายทางเพศ หรือพูดง่ายๆ ว่า “ทุกเพศ” เพราะช่วงหลังสังคมมักเข้าใจคำนี้ว่าเป็นเรื่องของ LGBT เท่านั้น ทั้งที่จริงปัญหาเพศหญิง เพศชาย ก็ยังมีอยู่ และไม่อาจมองแยกส่วน เป้าหมายของการทำความเข้าใจเพศต่างๆ ก็เพื่อให้ทุกเพศมีสิทธิ เสรีภาพ และเสมอภาคกัน ซึ่งสัมพันธ์อย่างยิ่งกับสุขภาวะของครอบครัว เพราะปัญหาครอบครัวจำนวนมากมาจากความไม่เข้าใจเรื่องเพศภาวะ ขณะเดียวกันครอบครัวก็จะเป็นพื้นที่บ่มเพาะความเข้าใจเรื่องเพศภาวะได้ดีที่สุดด้วย ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้เน้นการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการเลี้ยงบุตรหลาน ในมิติใหม่ให้เข้าใจเรื่องเพศภาวะ ซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมฯ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม รวมถึงภาคีอื่นจะร่วมจัดการความรู้ เสริมสร้างความเข้าใจ ส่วนกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จะเป็นหน่วยงานสำคัญในการผลักดันให้ท้องถิ่นสนับสนุนพื้นที่สร้างความเข้าใจเรื่องนี้กับประชาชน ซึ่งจะเป็นการช่วยท้องถิ่นแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การฆ่าตัวตาย โรคซึมเศร้าฯ ด้วย ในขณะที่กระทรวงแรงงานจะส่งเสริมให้สถานประกอบการมีความรู้เรื่องเพศภาวะมากขึ้น ส่วนมติที่ 3 รวมพลังชุมชนต้านมะเร็ง และมติที่ 4 ประเทศใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล จะได้นำเสนอต่อไปในวันพฤหัสบดีหน้า

login to rate

ระดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่:  7th Jan 20

จำนวนผู้ฟัง:  6

แสดงความคิดเห็น:  0

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   รายงานข่าวสุขภาวะ

แจ้งเสียงไม่เหมาะสม

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ดาวน์โหลดเสียงนี้(1 ดาวน์โหลด)


(สามารถนำโค๊ดนี้ไปแสดงที่เว็บไซต์หรือ MySpace,Friendster,Blogger ของคุณได้!)