เข้าสู่ระบบ  |   ลงทะเบียน   
คำค้น: วันที่โพสต์:  calendar
Show All
   เอชไอเอ ชุมชน
( Community Health Impact Assessment )

  
หมวด 1 ธรรมนูญสุขภาพ ( Health Constitution)
คือ เครื่องมือทางกฎหมายที่ เปิดพื้นที่ ที่ให้คนไทยเข้ามาเสนอความคิดเห็นว่าชาวบ้าน ต้องการสิ่งใด
จากการดูแบสุขภาพภายใต้ธรรมนูญ ซึ่งชาวบ้านจะเป็นผู้เขียนเสนอความคิดเห็น หรือความต้องการของชาวบ้านเอง
หมวด2 ตายดี ( Good Death )
การยอมรับว่าผู้ป่วยเหลือเวลาไม่นาน ซึ่งหากเข้าใจตามนั้นแล้วการดูแลจึงเป็นไปเพื่อความสะดวกมีความสุขทั้งทางกายและใจของผู้ป่วย
เพราะนี่คือ ความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ด้วยหวังให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างสงบ ไม่มีเรื่องติดค้างไว้เบื้องหลัง
หากบ่อยครั้งที่ความหวังดีของญาติด้วยการพยายามยื้อชีวิตไว้ให้นานที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจการปั้มหัวใจการใส่สายให้อาหาร เป็นต้น
หมวด3 สมัชชาสุขภาพ ( Health Assembly )
กระบวนการที่ให้ประชาชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์
เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ หรือความมีสุขภาพของประชาชน โดยจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นระบบและอย่างมีส่วนร่วม
หมวด 4 เอชไอเอชุมชน ( Community Health in Assessment )
การประเมินผลสุขภาพกระทบระดับชุมชน (CHIA) เป็นเครื่องมือที่ใช้การคาดการณ์ และพิจารณาผลกระทบต่อวิถีชีวิตที่อาจเกิดขึ้น
  เอฟทีเอไทย-xxxยู หวั่นได้ไม่คุ้มเสีย เปิดทางต่างชาติผูกขาดพันธุ์พืช-xxxว์


IDEA HEALTH
30 กันยายน 2556 เวลา 14:57 น.
IDHEALTH@outlook.com

ผลวิจัยชี้รัฐทบทวนเป้าหมายเอฟทีเอไทย-xxxยู หวั่นได้ไม่คุ้มเสีย เปิดทางต่างชาติผูกขาดพันธุ์พืช-xxxว์

[center]ผลวิจัยชี้รัฐทบทวนเป้าหมายเอฟทีเอไทย-xxxยู หวั่นได้ไม่คุ้มเสีย
เปิดทางต่างชาติผูกขาดพันธุ์พืช-xxxว์[/center]
มูลนิธิชีววิถีและสช.จัดเวทีรับฟังผลศึกษาผลกระทบจากการทำข้อตกลงเอฟทีเอไทย-xxxยู แนะ รัฐควรทบทวรเป้าหมายและความคุ้มค่าของการเจรจา หวั่นเปิดช่องให้บริษัทข้ามชาติจดสิทธิบัตรและเข้าถึงทรัพยากร ทั้งเมล็ดพันธุ์พืช สมุนไพร และจุลินทรีย์ คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ขณะที่เกษตรกรไทยต้นทุนพุ่ง 2-6 เท่า และสูญเสียศักยภาพของประเทศในระยะยาว หากข้อมูลไม่พร้อมควรพักการเจรจา

เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมามูลนิธิชีววิถีและสำนัก งานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุมว่าด้วยผลกระทบจากข้อเสนอความตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศและ สหภาพยุโรปหรือxxxยู ต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ณ ห้องประชุมสานใจ 2 ชั้น 6 อาคารสุขภาพแห่งชาติ โดยมี นพ.วิพุธ พูลเจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพเป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมเจรจาการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมวิชาการเกษตร นักวิชาการ และภาคประชาสังคม ฯลฯ เข้าร่วม
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถีกล่าวว่าผลการวิจัยพบว่าถ้ารัฐบาลไทยลงนามในข้อ ตกลงฉบับนี้จะเสียเปรียบxxxยูด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรพันธุกรรมอย่างมาก เพราะอาจทำให้ต่างชาติเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้มากขึ้นและเกิดการผูกขาดทาง การค้าและทรัพย์สินทางปัญญา โดยไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ คิดเป็น 10% ของทั้งโลก และนำมาใช้ผลิตยาสมุนไพรไทยกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ผลิตอาหารและเครื่องสำอางคิดเป็นมูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

นายวิฑูรย์ กล่าวว่าเงื่อนไขที่ทางxxxยูเสนอให้ไทยเห็นชอบคือ 1.เป็นภาคี UPOV หรือ The International Union for the Protection of New Varieties of Plants ซึ่ง เป็นองค์กรภาครัฐระหว่างประเทศ เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับพันธุ์พืชโดยทำให้เกษตรกรไทย ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ในราคาที่แพงขึ้น 2-6 เท่าตัว คิดเป็นมูลค่า 80,721-142,932 ล้านบาท และมีแนวโน้มบังคับให้ไทยต้องยกเลิกกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งจะทำให้บริษัทต่างชาติเข้าถึงพันธุ์พืชของไทยได้ง่ายขึ้น 2. เป็นภาคีสนธิสัญญาบูดาเปสต์ ซึ่งจะเปิดทางให้ต่างชาติเข้าถึงจุลินทรีย์ได้ง่ายขึ้น และประเทศไทยจะไม่สามารถสร้างเงื่อนไขเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์มาต่อรองได้xxxก ตรงนี้ถือเป็นความเสียหายราว 6,570-24,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ผลกระทบระยะยาวคือจะถูกกีดกันให้ไม่นำจุลินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ทั้งที่ เป็นทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย  3.การขยายสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิตเพราะอาจเกิดปัญหาจริยธรรมที่มนุษย์เป็นเจ้าของสิ่ง มีชีวิตอื่นหรือมนุษย์ด้วยกันเอง ผูกขาดทรัพยากรพันธุกรรม กระทบเกษตรรายย่อยที่จะถูกผูกขาดการเมล็ดพันธุ์ สารเคมีรวมไปถึงระบบอาหาร

นพ.วิพุธ พูลเจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ กล่าวว่าควรศึกษาเพิ่มในเรื่องทางเลือกของการทำเอฟทีเอตั้งแต่ควรทำหรือไม่ ควรทำไปจนถึงควรทำในประเด็นอะไรบ้างและทำไปเพื่ออะไร นอกจากนี้จะนำเสนอผลการศึกษานี้ไปยังรัฐบาลที่ถึงแม้ปัจจุบันจะกำลังเจรจาเอ ฟทีเออยู่ที่เชียงใหม่ แต่ในกระบวนการเจรจาการค้าระหว่างประเทศก็ยังไม่เป็นที่สิ้นสุดยังมีxxxกหลาย ขั้นตอนที่เปิดให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนเสนอข้อมูลที่จะเป็น ประโยชน์เข้าไปร่วมพิจารณาได้xxxก

ศาสตรเมธี ดร.สุปรีดิ์ วงศ์ดีพร้อม สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า จากผลการศึกษานี้สภาที่ปรึกษาฯ มีข้อเสนอเพิ่มเติมว่ารัฐบาลควรพักการเจรจาทางการค้า (Delay) ซึ่งเป็นมาตรการที่ทำได้หากพิจารณาแล้วว่ายังไม่เห็นประโยชน์จากการเจรจาทาง การค้าระหว่างประเทศ และในปัจจุบันxxxยูเร่งรัฐให้รัฐบาลไทยเร่งการทำเอฟทีเออาจจะเป็นเพราะ ทางกลุ่มxxxยูกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจมาตั้งแต่ปี 2551 และยังไม่เห็นแนวทางการฟื้นฟูที่แน่ชัด

ด้านนายบุญส่ง ฟักทอง สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่าอยากให้มีการสื่อสารข้อมูลเหล่านี้ไปยังกลุ่มเกษตรกรให้ทั่วถึง เพราะจะเป็นกลุ่มที่กระทบมากที่สุด เช่นในปัจจุบันก็ได้รับผลกระทบจากการทำเอฟทีเอไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย แล้วจากกรณีราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำเพราะไปถูกจัดอยู่ในพืชประเภทไม่อ่อนไหว แต่ในความเป็นจริงมีความอ่อนไหวมากเพราะมาเลเซียปลูกได้ดีกว่าทำให้ต้นทุน ต่ำ ราคาถูกกว่า ในขณะที่ไทยมีต้นทุนสูงกว่าทำให้ตอนนี้ที่เปิดเอฟทีเอทำให้ราคาปาล์มน้ำมัน ตกต่ำมาก
ประสานงาน วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ
มูลนิธิชีววิถี125/356 หมู่บ้านนราธิป ตำบลไทรม้า
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000
โทรศัพท์ 02 985 3838
แฟกซ์ 02 985 3836
Email : witoon@biothai.net


Share