เข้าสู่ระบบ  |   ลงทะเบียน   
คำค้น: วันที่โพสต์:  calendar
Show All
   สมัชชาสุขภาพ
( Health Assembly )

  
หมวด 1 ธรรมนูญสุขภาพ ( Health Constitution)
คือ เครื่องมือทางกฎหมายที่ เปิดพื้นที่ ที่ให้คนไทยเข้ามาเสนอความคิดเห็นว่าชาวบ้าน ต้องการสิ่งใด
จากการดูแบสุขภาพภายใต้ธรรมนูญ ซึ่งชาวบ้านจะเป็นผู้เขียนเสนอความคิดเห็น หรือความต้องการของชาวบ้านเอง
หมวด2 ตายดี ( Good Death )
การยอมรับว่าผู้ป่วยเหลือเวลาไม่นาน ซึ่งหากเข้าใจตามนั้นแล้วการดูแลจึงเป็นไปเพื่อความสะดวกมีความสุขทั้งทางกายและใจของผู้ป่วย
เพราะนี่คือ ความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ด้วยหวังให้ผู้ป่วยได้จากไปอย่างสงบ ไม่มีเรื่องติดค้างไว้เบื้องหลัง
หากบ่อยครั้งที่ความหวังดีของญาติด้วยการพยายามยื้อชีวิตไว้ให้นานที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจการปั้มหัวใจการใส่สายให้อาหาร เป็นต้น
หมวด3 สมัชชาสุขภาพ ( Health Assembly )
กระบวนการที่ให้ประชาชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์
เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ หรือความมีสุขภาพของประชาชน โดยจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นระบบและอย่างมีส่วนร่วม
หมวด 4 เอชไอเอชุมชน ( Community Health in Assessment )
การประเมินผลสุขภาพกระทบระดับชุมชน (CHIA) เป็นเครื่องมือที่ใช้การคาดการณ์ และพิจารณาผลกระทบต่อวิถีชีวิตที่อาจเกิดขึ้น
  สุขภาพคนไทยทรุด เสี่ยงอาหารปนเปื้อน แนะรีดภาษีสกัดสารเคมีอันตราย


IDEA HEALTH
30 กรกฎาคม 2556 เวลา 15:21 น.
IDHEALTH@outlook.com

คจ. สช.เปิดเวทีถกอนาคตความปลอดภัยทางอาหาร หวั่นบริโภคสินค้าเกษตรและอาหารที่เป็นอันตราย หลังพบปริมาณนำเข้าสารเคมีเพื่อการเกษตรพุ่ง 2.2 หมื่นล้าน ขณะที่การเปิดประชาคมอาเซียน ยังเป็นช่องทางให้สินค้าปนเปื้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเพิ่มขึ้น แนะเพิ่มศักยภาพหน่วยตรวจสอบคุณภาพ พร้อมยกเครื่องมาตรฐานในประเทศ เลิกใช้สารเคมีร้ายแรง 4 ชนิด เก็บภาษีเยียวยาชาวบ้านและสิ่งแวดล้อม

      เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2555 คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) ซึ่งมี ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา เป็นประธาน จัดแถลงข่าว "อนาคตความปลอดภัยทางอาหารของไทย" ณ อาคารสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งวาระในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 5 พ.ศ.2555 ภายใต้แนวคิด "ทุกนโยบาย ห่วงใยสุขภาพ" ระหว่างวันที่ 18-20 ธ.ค.นี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

      นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และคณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็น “ความปลอดภัยทางอาหาร : การแก้ไขปัญหาจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช” กล่าวว่า จะขอมติที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาการใช้สารเคมี โดยใช้แนวคิดผู้ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหาย (Polluter Pays Principle : PPP) เนื่องจากขณะนี้มีผู้ป่วยจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรเพิ่มขึ้นทุกปี และในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐมีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ทำให้ยอดการนำเข้าสารเคมีสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 22,000 ล้านบาท คิดเป็นปริมาณ 87 ล้านกิโลกรัมหรือ 8.7 หมื่นตัน ดังนั้น จึงเกิดข้อเสนอเรื่องการเก็บภาษีสารเคมีทางการเกษตร เพื่อนำไปเยียวยาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งทางด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป

      ขณะเดียวกันยังมีการพิจารณาข้อเสนอเรื่องการยกเลิกการขึ้นทะเบียนและนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ที่เป็นอันตรายร้ายแรง ซึ่งประเทศพัฒนาแล้วและเพื่อนบ้านอาเซียนบางประเทศ เช่น ลาว พม่า ได้ประกาศห้ามผลิต ห้ามใช้ และไม่ให้ขึ้นทะเบียนบางรายการแล้ว เนื่องจากมีข้อพิสูจน์ชัดทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ยืนยันว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่ 1. คารูโบฟูราน 2. เมโทมิล 3. ไดโครโตฟอส 4. xxxพีเอ็น ล่าสุดทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นด้วยที่จะยกเลิกแล้ว 2 รายการ ที่เหลืออยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผลการศึกษาพบว่าผู้ได้รับสารเคมีกลุ่มนี้มากจะกระทบต่อระบบสืบพันธุ์และการกลายพันธุ์

      นายวิฑูรย์ กล่าวxxxกว่า ยังมีการหารือถึงข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการนำมาตรการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) และการออกมาตรฐานสำหรับคนไทย ThaiGAP ที่มีความปลอดภัยเทียบเท่าระดับสากลมาใช้กับสินค้าเกษตรและอาหาร เนื่องจาก ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการสุ่มตัวอย่างโดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและมูลนิธิเครือข่ายผู้บริโภค จากผักในตลาด 80 ตัวอย่าง ทั้งในห้างค้าปลีกไทยและต่างประเทศ รวมถึงตลาดสดและรถเร่ พบว่า ผักผลไม้ดังกล่าว มีสารเคมีเกินมาตรฐานที่ยอมรับได้ถึง 40%

      ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตรเกินปริมาณที่จำเป็น จะต้องแก้ไขในเรื่องของจรรยาบรรณตัวแทนจำหน่ายด้านการตลาดด้วย เพราะผู้ผลิตอาจมีเจตนาที่ดีในการกำกับดูแลการใช้ไม่ให้เกิดปัญหา แต่ด้วยความโลภของตัวแทนจำหน่ายที่ต้องการขายปริมาณมาก ทำให้ส่งเสริมการตลาดผิดทาง ดังนั้น สมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 5 จึงจะร่วมกันผลักดันเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

   ดร.ศิรินา กล่าวว่า ส่วนการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community :AEC) ในปี 2558 ที่สมาชิกทุกประเทศจะไม่มีกำแพงภาษีระหว่างกัน ส่งผลดีต่อการขยายตัวทางการค้า แต่หลายฝ่ายกังวลถึงความพร้อมในการกำหนดมาตรฐานที่ปลอดภัยสำหรับการนำเข้า โดยเฉพาะอาหารและสินค้าเกษตรที่เป็นอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยของคนไทยโดยตรง อาจมีความเสี่ยงต่อสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อการบริโภค ดังนั้น สมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 5 จึงมีการนำเรื่องนี้มาเป็นหัวข้อในวาระการประชุมใหญ่เช่นกัน ทั้งนี้ ประเทศไทยมีการนำเข้ากลุ่มสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารและอาหาร จากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน เพิ่มขึ้นโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยปี 2552 มีการนำเข้ามูลค่า 32,255 ล้านบาท ต่อมาปี 2553 มูลค่า 37,225.5 ล้านบาท และปี 2554 มูลค่า 49,521 ล้านบาท

      นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานวิชาการเฉพาะประเด็น “การพัฒนากลไกและกระบวนการที่สามารถรับมือผลกระทบด้านสุขภาพจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะอาหารและสินค้าเกษตรที่เป็นอาหาร” กล่าวว่า ปัจจุบันมูลค่าการส่งออกไปยังกลุ่ม AEC สูงถึง 2 ล้านล้านบาท และส่วนหนึ่งคือสินค้าด้านอาหาร ซึ่งผลิตภัณฑ์อาหารจากประเทศเพื่อนบ้านบางชนิดก็จะส่งมาขายในประเทศไทยเช่นกัน หากไม่มีการตรวจสอบจะเกิดปัญหาสารตกค้างตามมาได้ จากการระดมความคิดเห็นของภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ มีความเห็นตรงกันว่า ภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

      โดยเสนอให้คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ และหน่วยงานที่กำกับดูแลสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารและอาหาร ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ , กรมปศุxxxว์ , กรมประมง , กรมวิชาการเกษตร , กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพิ่มความเข้มแข็งในการตรวจสอบกำกับดูแลสินค้าที่ผลิตและนำเข้า และเพิ่มศักยภาพด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ห้องปฏิบัติการและเครื่องมืออย่างเพียงพอ พร้อมทั้งให้เพิ่มxxxส่วนตัวแทนภาคประชาชนเข้ามาเป็นคณะกรรมการด้วย


Share