รายงานข่าวสุขภาวะ ภาคกลาง สานใจ สานพลัง 22 มีนาคม 2561 ตอน กรมสุขภาพจิต เผยแม่วัยใสคลอดลูก ชม.ละ 11คน : จารุณี กฐินหอม

* * *จารุณี_กฐินหอม รายงานข่าวสุขภาวะภาคกลาง รายงานข่าวสุขภาวะ_สานใจสานพลัง บุญเรือง_ไตรเรืองวรวัฒน์ สุดา_วงศ์สวัสดิ์ แม่วัยใส กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต สุขภาพจิต วัยรุ่นตั้งครรภ์ ตั้งครรภ์ไม่พร้อม* * *
Facebook
download

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 5

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 2

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 3

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 4

กรมสุขภาพจิต เผยแม่วัยใสคลอดลูก“ชม.ละ 11คน”แนะ 7 ข้อที่แม่วัยรุ่นควรทำ เตือน!! 14 ข้อ ที่ไม่ควรทำกับลูก

กรมสุขภาพจิต เผยในปี 2559 มีเด็กคลอดจากแม่วัยใสอายุ 10-19 ปี 94,584 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 11 คน จัดทำคู่มือการดูแลเด็กให้เติบโตอย่างมีคุณภาพทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม อารมณ์และสติปัญญา พร้อมแนะแม่วัยรุ่นควรใช้ 7 วิธีการเลี้ยงลูก อาทิอารมณ์ดีเมื่ออยู่กับลูก และย้ำเตือน 14 ข้อที่ไม่ควรทำกับลูก อาทิ การใช้อารมณ์ ใช้ความรุนแรงกับลูก ชี้จะมีผลต่อเด็ก ใช้พฤติกรรมก้าวร้าวกับคนอื่นเมื่อโตขึ้น และใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า กรมสุขภาพจิตห่วงใยปัญหาเด็กที่เกิดจากวัยรุ่นตั้งครรภ์ ข้อมูลกรมอนามัยล่าสุดในปี 2559 รายงานมีวัยรุ่นอายุ 10-19 ปีคลอดลูก 94,584 คน คิดเป็นร้อยละ 14 ของหญิงคลอดทั้งหมดที่มี 666,207 คน เฉลี่ยทุก 1 ชั่วโมงจะมีเด็กเกิดจากแม่วัยใส 11 คน ผลการศึกษาวิจัยทั้งในและต่างประเทศยืนยันตรงกันว่าลูกที่เกิดจากแม่วัยรุ่นจะมีความเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพ พัฒนาการ จิตใจ และสังคม เนื่องจากความไม่พร้อมของแม่ กรมสุขภาพจิตจึงได้ให้สำนักส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต พัฒนาคู่มือการดูแลเด็กปฐมวัยจากแม่วัยรุ่นเพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพที่สุดเหมือนเด็กทุกคนขณะนี้ได้แจกจ่ายให้บุคลากรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศทั้งโรงพยาบาลชุมชนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอบต. เทศบาลและอสม. ใช้เป็นแนวทางต้นแบบช่วยเหลือแม่วัยรุ่นตั้งแต่ตั้งครรภ์จนกระทั่งหลังคลอด และดูแลลูกที่อยู่ในวัย 0-5 ขวบ ช่วยให้แม่วัยรุ่นเลี้ยงลูกได้ดีขึ้น เด็กได้รับการพัฒนาครบทุกด้าน มีศักยภาพความสามารถไม่ต่างจากเด็กทั่วไป “เด็กอายุ 0-5 ขวบ ถือเป็นวัยทองของการพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม อารมณ์และสติปัญญา เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกฝังการควบคุมอารมณ์ การเลี้ยงดูเด็กวัยนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ เด็กจะเติบโตได้ดี เซลล์สมองของเด็กที่มีประมาณ 100 พันล้านเซลล์จะเติบโตทั้งขนาดและจำนวนเท่ากับเซลล์สมองผู้ใหญ่ถึงร้อยละ 90 เซลล์ประสาทจะพัฒนาสานต่อกันได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเด็กอายุ 3 ขวบจะมีจุดสานต่อของเซลล์ประสาทมากกว่าช่วงแรกเกิดถึง 20 เท่าตัว ซึ่งสูงที่สุดในชีวิตและส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก” อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว

ทางด้านนางสุดา วงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตกล่าวว่าการจัดทำคู่มือฯดังกล่าว ได้รวบรวมผลการวิจัยทั้งในและต่างประเทศการระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุขและผู้ที่มีประสบการณ์ตรงในการดูแลเด็กปฐมวัยและแม่วัยรุ่นในชุมชน โดยดูแลช่วยเหลือครอบคลุมแม่วัยรุ่น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ครอบครัวยอมรับกลุ่มนี้เด็กจะได้รับการเลี้ยงดูดีกว่ากลุ่มอื่น กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัว ไม่มีงานทำ ต้องออกจากโรงเรียน มีความเสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพจิต บุคลากรสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องควรเข้าไปดูแลช่วยเหลือและกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงทุกด้าน เช่นลูกพัฒนาการไม่สมวัย แม่ดื่มสุราติดสารเสพติด ครอบครัวยากจนไม่มีใครดูแล แม่มีปัญหาสุขภาพจิต จัดอยู่ในประเภทไอซียู บุคลากรสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย ต้องให้การช่วยเหลือใกล้ชิด สนับสนุนด้านที่มีความจำเป็นและติดตามดูแลต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้แม่วัยรุ่นสามารถเลี้ยงลูกได้ดีขึ้น ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมฯกล่าวต่อว่าสิ่งที่แม่วัยรุ่นและครอบครัวควรทำเพื่อให้ลูกเจริญเติบโตตามวัย มี 7 ประการได้แก่ 1.ดูแลความปลอดภัยของลูก 2.อารมณ์ดีเมื่ออยู่กับลูก หากเหนื่อยหรือเครียดควรพักผ่อน หรือทำอารมณ์ให้สงบก่อน 3.ให้ลูกทำสิ่งที่ทำเองได้ตามวัย เช่นจับขวดนม แต่งตัว กินข้าวอาบน้ำ ฝึกให้ลูกทำสม่ำเสมอ จะทำให้ลูกมีวินัย ภาคภูมิใจในตัวเองและแบ่งเบาภาระพ่อแม่ได้4.ดูแลสุขภาพลูกพาลูกไปพบหมอตามนัด 5.ฝึกให้ลูกเคารพสิทธิผู้อื่น เช่น ขออนุญาตเมื่อหยิบของผู้อื่น ไม่ทำร้ายหรือแย่งของผู้อื่น 6.พูดคุยกับลูก สอนวิธีการที่ถูกต้องเมื่อลูกทำผิด และ7.วางแผนอนาคตเพื่อลูกและใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด สิ่งที่แม่วัยรุ่นและครอบครัวไม่ควรทำกับลูกอย่างยิ่งมี 14 ประการได้แก่1.ไม่ควรจับลูกเล็กเขย่าโยนเนื่องจากอาจทำให้สมองเด็กกระทบกระเทือนง่าย เพราะเส้นเลือดในสมองยังไม่แข็งแรง อาจแตก เสี่ยงเสียชีวิต หรือเกิดอาการชักหรือตาบอดได้ 2. ละเว้นการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ใช้ยาเสพติด 3. ไม่ควรทำให้ลูกเสี่ยงอันตราย เช่นอุ้มลูกขณะถือของร้อน ปล่อยลูกให้อยู่คนเดียว 4. ไม่ควรทะเลาะเบาะแว้งกันให้ลูกเห็น 5. ไม่ควรใช้ความรุนแรงกับลูก6.ไม่ควรทำแทนลูกทุกอย่าง 7.ไม่สนใจความเป็นอยู่ของลูก หงุดหงิดด่าว่าเมื่อลูกป่วย 8. ไม่ควรให้ลูกกิน-นอนหลับไม่เป็นเวลา 9. ไม่ควรพาลูกไปทุกที่เช่นไปดื่มสุรากับเพื่อนฝูง10.ไม่ควรเลี้ยงลูกหน้าจอทีวี ปล่อยลูกเล่นมือถือแทปเล็ตทั้งวัน11.ไม่ควรสนับสนุนให้ลูกเอาเปรียบคนอื่น หรือโกหก ใช้คำพูดหรือท่าทางก้าวร้าว 12.ไม่มีแผนการให้ลูก เลี้ยงลูกแบบคนพิเศษ ซื้อของฟุ่มเฟือยให้ลูกใช้ 13.ไม่ควรใช้เงินทดแทนความรู้สึกผิดที่ไม่มีเวลาให้กับลูก และ14.ไม่ใช้อารมณ์ความรุนแรงเลี้ยงลูก เนื่องจากเด็กสามารถซึมซับเกิดเคยชินกับพฤติกรรมของพ่อแม่ใช้นิสัยพฤติกรรมก้าวร้าวกับคนอื่นเมื่อโตขึ้น ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา“ปัจจัยที่ทำให้แม่วัยรุ่นและครอบครัวสามารถเลี้ยงลูกได้ดีมี 5 ปัจจัย ได้แก่1.การยอมรับเด็กที่เกิดมาและมีความรู้สึกอยากเลี้ยงดูอดทนทุ่มเทใจและได้รับแรงหนุนมาจากครอบครัวเดิม2.แม่วัยรุ่นและครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันช่วยกันเลี้ยงลูกทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นใจและมีความมั่นคงจิตใจ 3. ได้รับการสนับสนุนดูแลช่วยเหลือด้านสังคมจิตใจจากเครือข่ายในชุมชน 4.ตั้งเป้าหมายให้ลูกเติบโตเป็นคนดีเลี้ยงลูกด้วยความรู้ฝึกวินัยให้ลูก และ5.แม่วัยรุ่นและสามีพยายามปรับตัวเป็นตัวอย่างที่ดีปรับการใช้ชีวิตจากเพื่อนมาอยู่กับลูกและครอบครัว”ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมฯกล่าว

จารุณี กฐินหอม สถานีวิทยุเอฟเอ็มเพื่อสุขภาพ 103MHz นักข่าวสุขภาวะภาคกลางรายงาน

login to rate

ระดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่:  22nd Mar 18

จำนวนผู้ฟัง:  30

แสดงความคิดเห็น:  0

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   รายงานข่าวสุขภาวะ

แจ้งเสียงไม่เหมาะสม

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ดาวน์โหลดเสียงนี้(4 ดาวน์โหลด)


(สามารถนำโค๊ดนี้ไปแสดงที่เว็บไซต์หรือ MySpace,Friendster,Blogger ของคุณได้!)