รายงานข่าวสุขภาวะ ภาคกลาง สานใจ สานพลัง (กาญจนบุรี) 28 ตุลาคม 2560 ตอน สคร. 5 ราชบุรี เตือนประชาชนเก็บหรือซื้อเห็ดป่ามาปรุงอาหาร อาจเป็น“เห็ดพิษ” : จารุณี กฐินหอม

* * *จารุณี_กฐินหอม รายงานข่าวสุขภาวะภาคกลาง รายงานข่าวสุขภาวะ_สานใจสานพลัง กรมควบคุมโรค เห็ดพิษ สุเมธ_องค์วรรณดี ห็ดผึ้งท้องรุ สคร.5 ราชบุรี* * *
Facebook
download

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 7

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 11

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 8

โดย: webmaster

จำนวนผู้ฟัง: 12

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนที่เก็บหรือซื้อเห็ดป่ามาปรุงอาหารเพื่อรับประทาน ให้ระมัดระวังอาจเป็นเห็ดพิษ และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ แนะหากไม่แน่ใจหรือสงสัยว่าจะเป็นเห็ดพิษ ไม่ควรเก็บมาปรุงอาหาร พร้อมหลีกเลี่ยงการกินเห็ดร่วมกับดื่มสุรา

นายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ในช่วงนี้หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเห็ดป่าในธรรมชาติขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่เดิมที่เคยเก็บเห็ดป่า ประชาชนจึงนิยมเก็บหรือซื้อเห็ดป่ามาปรุงอาหารเพื่อรับประทาน ซึ่งแต่ละปีจะพบผู้ป่วยและเสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเป็นประจำ สาเหตุเพราะเข้าใจผิด เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก

นายแพทย์สุเมธ กล่าวต่อไปว่า เห็ดที่พบในป่ามีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ ชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า ซึ่งยากแก่การสังเกตด้วยตาเปล่า เพราะมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก โดยเฉพาะเห็ดผึ้งท้องรุที่มีลักษณะคล้ายกับเห็ดผึ้งหรือเห็ดเผิ่ง(ภาษาอีสาน) พบมากในป่าแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ นอกจากนี้ ยังมีเห็ดป่าที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต คือเห็ดในกลุ่มเห็ดระโงก ทั้งนี้ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนําไปต้มกับข้าวสาร หรือใช้ปูนกินหมากป้ายที่ดอกเห็ด ถ้าเป็นเห็ดพิษจะกลายเป็นสีดำ เป็นต้น วิธีเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ โดยเฉพาะเห็ดระโงกพิษที่มีสารที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้

อาการหลังจากกินเห็ดพิษแล้ว จะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลว ไม่ควรซื้อยากินเองหรือไปรักษากับหมอพื้นบ้าน จะต้องรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการกินเห็ดโดยละเอียด พร้อมกับนำตัวอย่างเห็ดพิษไปด้วย(หากยังเหลืออยู่) และควรให้ผู้ป่วยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือนัดติดตามอาการทุกวันจนกว่าจะหายเป็นปกติ เนื่องจากเห็ดพิษชนิดร้ายแรงจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนในช่วงวันแรก แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงตามมาคือ การทำงานของตับและไตล้มเหลว อาจทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยที่กินเห็ดพิษเบื้องต้น ให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มากที่สุด โดยการล้วงคอ หรือกรอกไข่ขาว จากนั้นรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที และ ขอเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเก็บเห็ดไข่ห่าน เห็ดโม่งโก้ง เห็ดระโงก หรือเห็ดระงาก ขณะที่ยังเป็นดอกอ่อนหรือดอกตูม ซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนกลมรี คล้ายไข่ มารับประทาน เนื่องจากไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นเห็ด มีพิษหรือไม่มีพิษ เพราะลักษณะภายนอกของดอกตูมจะเหมือนกัน ที่สำคัญหากไม่แน่ใจ ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าจะเป็นเห็ดพิษ ก็ไม่ควรเก็บหรือซื้อมาปรุงอาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงการกินเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษเห็ดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดราชบุรี เบอร์ติดต่อ 032310804 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

login to rate

ระดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่:  1st Nov 17

จำนวนผู้ฟัง:  12

แสดงความคิดเห็น:  0

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   รายงานข่าวสุขภาวะ

แจ้งเสียงไม่เหมาะสม

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ดาวน์โหลดเสียงนี้(2 ดาวน์โหลด)


(สามารถนำโค๊ดนี้ไปแสดงที่เว็บไซต์หรือ MySpace,Friendster,Blogger ของคุณได้!)